วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

อัสลามูอาลัยกุม. ฮาดิษนี้ในซอเฮียะมุสลิมหมายถึงอะไร:"อัลลอฮ์คือแสงสว่าง"?


ความหมายของคำกล่าว:'อัลลอฮ์คือแสงสว่าง.'

ฟัตวาหมายเลข: 323170

วันที่ลงฟัตวา:26/04/2016 - รอญับ 19, 1437

คำถาม
อัสลามูอาลัยกุม. ฮาดิษนี้ในซอเฮียะมุสลิมหมายถึงอะไร:"อัลลอฮ์คือแสงสว่าง"?

ตอบ
มวลการสรรเสริญทั้งหมดเป็นของอัลลอฮ์,พระเจ้าแห่งโลกทั้งหลาย. ฉันขอยืนยันว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรค่าต่อการเคารพสักการะยกเว้นอัลลอฮ์ และมุฮัมมัด เป็นบ่าวและศาสนฑูตของพระองค์.
ไม่มีฮาดิษในซอเฮียะมุสลิมกับถ้อยคำที่คุณกล่าวอ้าง,"อัลลอฮ์คือแสงสว่าง."

คุณอาจจะกำลังอ้างอิงกับฮาดิษในซอเฮียะมุสลิมที่ถูกรายงานบนคำรายงานของอาบู ซาร์(รอดียัลลอฮูอันฮู)เมื่อตอนที่เขาถามท่านนบี,"ท่านเห็นพระเจ้าของท่านหรือไม่?" เขา(ท่านนบี)ได้ตอบ,"(พระองค์คือ)แสง;ฉันสามารถเห็นพระองค์ได้อย่างไร?"


อิบนุ อุไซมีน(รอฮีมาฮุลลอฮ์) ได้เขียน: มันหมายถึง,"มีที่กั้นหรือม่าน/ฉากกำบังของแสงระหว่างฉัน(นบี)และพระองค์(อัลลอฮ์)."

อีกสำนวนของฮาดิษนี้ในซอเฮียะมุสลิมคือ,"ฉันได้เห็นแสง(นูร)."แสงที่มีการอ้างคือแสงของที่กั้นหรือม่านบังท่านนบี, ที่ถูกอ้างอิงในอีกฮาดิษ:"ม่าน(ที่กั้น)ของพระองค์คือแสงสว่าง..."[มุสลิม]

อิบนุล ก๊อยยิม(รอฮีมาฮุลลอฮ์) ได้กล่าว,"ม่านของพระองค์คือแสงสว่าง;แสงนี้สว่างมาก - และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด - ที่ซึ่งท่านนบี(ได้ประสบ),อ้างอิงในฮาดิษที่ถูกรายงานบนคำรายงานของอาบู ซาร(รอดียัลลอฮูอันฮู):'ฉันได้เห็นแสง."'
คุณอาจจะกำลังอ้างอิงฮาดิษในซอเฮียะมุสลิมด้วย ที่ถูกรายงานบนคำรายงานของอิบนุ อับบาส ที่กล่าวว่า เมื่อตอนที่ท่านนบี ลุกขึ้นละหมาดในเวลากลางคืน,ท่านจะกล่าว,"อัลลอฮุมมาลา อัล-ฮัมดุ อันตา นูร อัส-สามาวาตีวัลอัรดฺ...(โอ้ อัลลอฮ์,กับพระองค์คือการสรรเสริญ. พระองค์เป็นแสง(นูร)ของบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน...)." สิ่งนี้สอดคล้องกับโองการ:

اللَّهُ نُورُ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ ۚ مَثَلُ نُورِهِ كَمِشْكَاةٍ فِيهَا مِصْبَاحٌ ۖ الْمِصْبَاحُ فِي زُجَاجَةٍ ۖ الزُّجَاجَةُ كَأَنَّهَا كَوْكَبٌ دُرِّيٌّ يُوقَدُ مِن شَجَرَةٍ مُّبَارَكَةٍ زَيْتُونَةٍ لَّا شَرْقِيَّةٍ وَلَا غَرْبِيَّةٍ يَكَادُ زَيْتُهَا يُضِيءُ وَلَوْ لَمْ تَمْسَسْهُ نَارٌ ۚ نُّورٌ عَلَىٰ نُورٍ ۗ يَهْدِي اللَّهُ لِنُورِهِ مَن يَشَاءُ ۚ وَيَضْرِبُ اللَّهُ الْأَمْثَالَ لِلنَّاسِ ۗ وَاللَّهُ بِكُلِّ شَيْءٍ عَلِيمٌ ( 35
"อัลลอฮ์ทรงเป็นดวงประทีปแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ..."

[อัน-นูร 24:35]

นักวิชาการได้ให้ความเห็นที่แตกต่างบนโองการนี้,กล่าวกันว่ามันหมายถึง:
1) อัลลอฮ์เป็นผู้นำทางและต้นเหตุของการนำทางสำหรับผู้อาศัยทั้งหมดของบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน.
2) อัลลอฮ์ทรงส่องสว่างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน,การจัดการและการควบคุมกิจการของบรรดาชั้นฟ้าแผ่นดินและดวงดาวดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ของพวกมัน.
3) อัลลอฮ์ เป็นต้นเหตุของแสงแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน.
อิบนุล ก๊อยยิม(รอฮีมาฮุลลอฮ์)ได้เขียน,"ความจริงคือว่าอัลลอฮ์เป็นดวงประทีปหรือแสงหรือความสว่างของบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินในแง่ของการอธิบายทั้งหมดเหล่านี้..."
โดยแท้จริง อัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง เป็นผู้นำทางสำหรับผู้อาศัยทั้งหมดของบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน; พวกเขาถูกนำทางโดยแสงแห่งสัจธรรมของพระองค์และถูกทำให้ปลอดภัยด้วยคำสอนที่นำทางของพระองค์จากความเท็จและข้อผิดพลาดที่ประจักษ์. พระองค์ส่องสว่างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินและนำทางเหล่าผู้ที่อาศัยในพวกมัน โดยนูร(แสง)ของพระองค์. พระองค์ทรงดำเนินกิจการในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน: ดวงดาว,ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ของพวกมัน.พระองค์ทรงเป็นความสว่าง(นูร)อย่างที่พระองค์ได้ทรงตรัสไว้.
นักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญ อับดุรรอฮ์มาน อัส-สะดิ(รอฮีมาฮุลลอฮ์) ได้ให้ความเห็นบนโองการ:{"อัลลอฮ์ทรงเป็นดวงประทีปแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ..."},กล่าวว่า:
"โองการนี้หมายถึง อัลลอฮ์เป็นความสว่าง(แสง)ทั้งความหมายที่สัมผัสได้และสัมผัสไม่ได้. ในความหมายที่สัมผัสได้,อัลลอฮ์เป็นความสว่างในสารัตถะของพระองค์และม่านกั้นของพระองค์คือแสงหรือความสว่าง. หากอัลลอฮ์ทรงเปิดม่านกั้นแห่งแสงของพระองค์,ความงดงาม,ศิริของพระพักตร์ของพระองค์จะเผาไหม้การสร้างหรือสิ่งถูกสร้างของพระองค์ไปไกลเท่าที่สายพระเนตรของพระองค์ไปถึง. โดยความสว่างของพระองค์,บัลลังก์,กุรซี,ดวงอาทิตย์,ดวงจันทร์,สวรรค์และแสงเองมีการส่องสว่าง.ในความหมายที่สัมผัสได้,อัลลอฮ์เป็นความสว่าง(นูร);คัมภีร์ของพระองค์คือนูร; บัญญัติของพระองค์คือนูร,อีหม่านและความรู้เป็นนูรที่พระองค์ส่องสว่างสู่หัวใจของบรรดานบีหรือรอซูลของพระองค์และบ่าวผู้ศรัธทาของพระองค์;

ถ้าไม่ใช่เพราะความสว่าง(นูร)ของพระองค์ความมืดจะถูกสะสม. เพราะฉะนั้น,เมื่อไรที่แสงสว่างของพระองค์ขาดหายไป,ความมืดและทางแห่งความหลงผิดจะมีชัยเหนือ..."



อัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.

แปลโดย Firdaus Msd


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น